ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ
ข่าวประชาสัมพันธ์
ผลงานวิชาการ คุณครูบุญโฮม อมรเลิศเรืองศรี กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา

ชื่อเรื่อง         การพัฒนาเรียนรู้ตามรูปแบบซิปปา (CIPPA model) โดยใช้แบบฝึกทักษะ เรื่อง การสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค  
กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา  สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
ผู้วิจัย            นางบุญโฮม  อมรเลิศเรืองศรี   ตำแหน่ง   ครู   วิทยฐานะ  ครูชำนาญการพิเศษ
สถานศึกษา   โรงเรียนเทศบาลบ้านสามเหลี่ยม  สังกัดสำนักการศึกษาเทศบาลนครขอนแก่น  อำเภอเมืองขอนแก่น  จังหวัดขอนแก่น
ปีที่ศึกษา        พ.ศ. 2562
บทคัดย่อ
 
            การวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ของการวิจัย คือ (1) เพื่อศึกษาสภาพปัญหาและแนวทางการพัฒนาการเรียนรู้ตามรูปแบบซิปปา (CIPPA model) โดยใช้แบบฝึกทักษะ เรื่อง การสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา  สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 (2) เพื่อสร้างและทดลองใช้การเรียนรู้ตามรูปแบบซิปปา (CIPPA model) โดยใช้แบบฝึกทักษะเรื่อง การสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 (3) เพื่อศึกษาผลการพัฒนาการเรียนรู้ตามรูปแบบซิปปา (CIPPA model)  โดยใช้แบบฝึกทักษะ เรื่อง การสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เกี่ยวกับประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 ดัชนีประสิทธิผลตามเกณฑ์ 70 เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังการเรียนรู้ และความคงทนในการเรียนรู้หลังเรียน 2 สัปดาห์ และ (4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการพัฒนาการเรียนรู้ตามรูปแบบซิปปา (CIPPA model) โดยใช้แบบฝึกทักษะ เรื่อง การสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 แหล่งข้อมูลที่ใช้ในการวิจัย คือ (1) สภาพปัญหาและแนวทางการพัฒนา คือ เอกสารที่เกี่ยวข้องด้วยการสัมภาษณ์นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 20 คน ครูสุขศึกษาและพลศึกษา จำนวน 6 คน เครื่องมือสำหรับการวิจัย คือ แบบบันทึกเอกสารและสรุปความ แบบสัมภาษณ์นักเรียนและครูผู้สอน (2) แหล่งข้อมูลที่ใช้ในการสร้างและการทดลองใช้การเรียนรู้ คือ ผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 คน นักเรียนที่ใช้ในการสร้างและทดลองใช้ทั้งแบบรายบุคคลหรือแบบเดี่ยว จำนวน 3 คน  แบบกลุ่มเล็ก จำนวน 9 คน  และแบบกลุ่มใหญ่ จำนวน 28 คน จากนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562 โดยใช้เครื่องมือ คือ แผนการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบซิปปา (CIPPA model) จำนวน 14 แผน  แบบฝึกทักษะ จำนวน 14 เล่ม และแบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จำนวน 40 ข้อ (3) แหล่งข้อมูลที่ใช้ในการพัฒนาการเรียนรู้จริง กลุ่มตัวอย่างคือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/1 จำนวน 42 คน ใช้เครื่องมือเหมือนกับขั้นการทดลองใช้ เรื่องละ1 ชั่วโมง รวมเวลาเรียน 14 ชั่วโมง (4) แหล่งข้อมูลที่ใช้ประเมินความพึงพอใจของนักเรียนคือ ผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 คน  เพื่อตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา และนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/1 จำนวน 42 คน  ได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม  ใช้เครื่องมือ คือ แบบสอบถามความพึงพอใจ จำนวน 20 ข้อ  สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าประสิทธิภาพ และการทดสอบค่า t  (Dependent  samples)  ผลการวิจัยปรากฏ ดังนี้
 
                1. สภาพปัญหาและแนวทางการพัฒนา พบว่า เนื้อหาที่เป็นปัญหามากที่สุด คือหน่วยที่ 4 เรื่อง การสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มากที่สุด ผู้เรียนส่วนใหญ่ไม่ชอบเรียนสุขศึกษาและพลศึกษา ขาดความใส่ใจจากผู้ปกครอง ความรู้ความสามารถตรงกับวิชาเอกที่สอน  ครูส่วนใหญ่สอนตรงสาขากับวิชาเอกร้อยละ 70 แต่คาบสอนมากเกิน 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และมีงานพิเศษค่อนข้างมาก แนวทางแก้ไขปัญหา คือ ครูสุขศึกษาและพลศึกษาควรได้รับการพัฒนา โดยนำทฤษฎีการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบซิปปา (CIPPA model) และแบบฝึกทักษะมาใช้ เพราะเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง โดยผู้เรียนมีส่วนร่วมมากที่สุด
               2. การสร้างและทดลองใช้รูปแบบการเรียนรู้ตามรูปแบบซิปปา (CIPPA model)โดยใช้แบบฝึกทักษะ เรื่อง การสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค มีองค์ประกอบที่สำคัญ คือ หลักการของรูปแบบ วัตถุประสงค์ของรูปแบบ กิจกรรมการเรียนรู้ และการประเมินผลการเรียนรู้ เมื่อนำไปทดลองใช้ด้วยรูปแบบการสอน พบว่า (1) การทดลองใช้แบบหนึ่งต่อหนึ่ง มีประสิทธิภาพเท่ากับ 77.38/76.67 ต่ำกว่าเกณฑ์ 80/80 จึงได้ปรับปรุงแก้ไขรูปแบบการสอน (2) การทดลองใช้แบบกลุ่มเล็ก มีประสิทธิภาพเท่ากับ 81.98/80.56 เท่ากับเกณฑ์ 80/80 โดยได้ปรับปรุงแก้ไขอีกครั้ง และ (3) การทดลองใช้แบบกลุ่มใหญ่ มีประสิทธิภาพเท่ากับ 83.09/82.61 สูงกว่าเกณฑ์ 80/80 แสดงว่า สามารถนำรูปแบบการเรียนรู้ตามรูปแบบซิปปา (CIPPA model)  และแบบฝึกทักษะไปใช้สอนจริงได้อย่างมีคุณภาพ
               3. ผลการพัฒนาการเรียนรู้ตามรูปแบบซิปปา (CIPPA model) โดยใช้แบบฝึกทักษะ  เรื่อง การสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค พบว่า (1) มีประสิทธิภาพเท่ากับ 86.12/85.12 สูงกว่าเกณฑ์ 80/80 (2) มีค่าดัชนีประสิทธิผลเท่ากับ 0.7578 แสดงว่า นักเรียนมีความก้าวหน้าในการเรียนรู้เพิ่มขึ้น คิดเป็นร้อยละ 75.78 สูงกว่าเกณฑ์ 70 หรือมีประสิทธิผลอยู่ในระดับดี (3) นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และ (4) นักเรียนมีความคงทนในการเรียนรู้  โดยนักเรียนมีคะแนนลดลงเพียงร้อยละ 0.24
                   4. นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการพัฒนารูปแบบซิปปา (CIPPA model) โดยใช้แบบฝึกทักษะ เรื่อง การสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค โดยภาพรวมและรายด้าน 4 ด้าน มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด  รายด้านเรียงค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย คือ ด้านการได้รับความรู้จากรูปแบบ
การสอน ด้านรูปแบบการสอน ด้านบรรยากาศในการเรียนรู้ของนักเรียน และด้านแบบฝึกทักษะ

Word Document ดาวน์โหลดไฟล์
โพสเมื่อ : 23 ก.พ. 2564,14:13   อ่าน 143 ครั้ง